วัดป่าเจริญราช


สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดปทุมธานี แห่งที่ 13
ต.บึงทองหลาง  อ.ลำลูกกา  ปทุมธานี 12150
นิกาย: มหานิกาย

 

แนะนำสำนักฯ และเจ้าสำนักฯ

เจ้าสำนัก พระครูปลัดวีระนนท์ วีรนนฺโท

อุโบสถเฉลิมพระชนมพรรษา สถาปัตยกรรมแบบโบราณ  วัดป่าเจริญราชธรรมาราม (ธรรมสถานวิมลธรรม)

พระครูปลัดวีระนนท์ วีรนนฺโท เกิดเมื่อปี 2505  ที่จังหวัดร้อยเอ็ด

ปริญญาตรีศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาศาสนศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ปริญญาโทศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาไทยศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

อุปสมบทประมาณตั้งแต่ปี 2525 เป็นลูกศิษย์หลวงปู่พิมพา โกวิโก โดยที่หลวงปู่พิมพาท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร พระครูปลัดวีระนนท์ วีรนนฺโท ได้ปฏิบัติธรรมโดยการจาริกธุดงค์อยู่ในป่าเป็นเวลา 11 ปี ต่อมาได้รับนิมนต์จากพระครูไพบูลย์สมุทรสาร เจ้าอาวาสวัดศิลป์วิเศษศรัทธารามให้มาช่วยสอน กรรมฐานที่วัดนี้ ซึ่งพระครูไพบูลย์สมุทรสารท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ขณะนั้นพระครูไพบูลย์สมุทรสารอายุได้ 87 พรรษา และเป็นพระอาจารย์รูปหนึ่งที่พระพิมลธรรม (สมเด็จพระพุฒาจารย์) วัดมหาธาตุฯ กรุงเทพฯ ให้ความเคารพเป็นอย่างมาก ทางด้านข้อวัตรข้อปฏิบัติของท่าน และนอกจากนี้ท่านยังเป็นพระอภิธรรมมหาบัณฑิตในยุคนั้นด้วย พระครูปลัดวีระนนท์ วีรนนฺโท ได้ฝากเป็นลูกศิษย์ของพระครูไพบูลย์สมุทรสาร ในการปฏิบัติและศึกษา พระอภิธรรมอย่างเคร่งครัด หลังจากนั้นพระครูไพบูลย์สมุทรสารได้นำไปฝากเป็นลูกศิษย์ของพระสมเด็จพิมล ธรรม และได้ศึกษาปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 วิธีกำหนดพองหนอ ยุบหนอจากพระสมเด็จพิมลธรรม

หลังจากนั้นได้ไปศึกษาการปฏิบัติธรรมกับพระมหาสีสยาดอ (โสภณมหาเถระ) อดีตพระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาแห่งประเทศพม่า การเดินทางไปประเทศพม่าในครั้งนั้น หลวงพ่อได้เดินธุดงค์ทั้งไปและกลับ โดยได้ทำการศึกษาปฏิบัติที่ประเทศพม่าเป็นเวลา 1 ปี เมื่อกลับมาประเทศไทยก็ได้เข้าศึกษาปฏิบัติธรรมกับพระราชเวที (มหาโชติดก เถระ) ที่วิหารหลวงวัดมหาธาตุฯ เป็นเวลา 3 เดือน และในเวลาต่อมาได้รับคำแนะนำให้ช่วยเหลือการสอนกรรมฐานในสถานที่ต่างๆ จนถึงปัจจุบัน

 

การอบรม

 
 

การเข้าปฏิบัติธรรมที่วัดป่าเจริญราช

ก่อนที่จะลงทะเบียนเข้าปฏิบัติธรรม ต้องศึกษาและยอมรับกฎระเบียบของวัด ดังนี้

คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาปฏิบัติธรรม

  1. ต้องเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่วิกลจริต เป็นโรคลมชัก หรือลมบ้าหมู
  2. ต้องเป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่พิการอวัยวะ และไม่เป็นโรคร้ายแรงหรือโรคติดต่อที่สังคมรังเกียจ
  3. ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษทุกชนิด เช่น ยานัตถุ์ บุหรี่ สุรา ยาบ้า หรือยาเสพติดอื่นๆ
  4. ต้องไม่เป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
  5. เด็กต้องมีอายุตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป จะต้องได้รับความยินยอมจาก บิดา มารดา หรือผู้ปกครองเป็นลายลักษณ์อักษร ในใบลงทะเบียน
  6. ทางวัดไม่อนุญาตให้มาปฏิบัติธรรมเพื่อแก้บน

สิ่งที่ต้องเตรียมเพื่อปฏิบัติธรรม

  1. บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือ/บัตรข้าราชการ หนังสือเดินทาง อย่างใดอย่างหนึ่ง
  2. ของใช้ส่วนตัว เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ ผ้าเช็ดตัว  รองเท้าควรเรียบร้อยเหมาะกับสถานที่ งดเว้นการสวมใส่เครื่องประดับการใช้เครื่องประทินผิว ทุกชนิด ชุดชั้นในควรเป็นสีที่ใกล้เคียงกับชุดปฏิบัติธรรม
  3. ดอกไม้ ธูป เทียน เพื่อสมาทานศีล
  4. ชุดปฏิบัติธรรม ผู้ปฏิบัติธรรม ควรนำชุดปฏิบัติธรรมของตนเองมาด้วยทุกครั้ง

ชาย กางเกงขายาวสีขาว เสื้อแขนสั้นสีขาว

หญิง เสื้อแขนยาวสีขาว ผ้าถุงสีขาวสไบสีขาว ควรสวมเสื้อซับใน รวบผม หวีผม ให้เรียบร้อย

อนึ่ง ควรงดเว้นการสวมใส่เครื่องประดับ การใช้เครื่องประทินผิว ชุดชั้นในควรเป็นสีที่ใกล้เคียงกับชุดปฏิบัติธรรม

กฏระเบียบสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม

ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติธรรม ต้องปฏิบัติตามระเบียบ ดังนี้

  • ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องสำรวมกาย วาจา ใจให้เป็นปกติตลอดเวลาที่อยู่ปฏิบัติธรรม
  • สำรวมตนอยู่ในเขตวัด ใช้หลักสติปัฏฐาน 4 ในการฝึกปฏิบัติธรรม กำหนดสติตลอดเวลา
  • ให้ความเคารพและเชื่อฟังคำแนะนำของพระอาจารย์ เมื่อสอบอารมณ์กับพระอาจารย์ท่านใด ขอให้สอบอารมณ์กับพระอาจารย์ท่านนั้นจนจบการปฏิบัติธรรม โดยสอบวันละ 1 รอบเท่านั้น
  • ห้ามคุย บอก หรือสอบถามสภาวธรรมกับพระภิกษุ แม่ชี หรือผู้ปฏิบัติธรรมท่านอื่นเป็นอันขาด หากมีความสงสัยในการปฏิบัติ ให้สอบถามพระอาจารย์ผู้สอบอารมณ์แต่เพียงท่านเดียว
  • ผู้ปฏิบัติธรรมต้องพิจารณาตนเองอยู่เสมอ   อย่าพิจารณา "ผู้อื่น" ว่า “ดีหรือไม่ดี”
  • ห้ามก่อเหตุทะเลาะวิวาท ด่าทอ พูดจาเสียดสี หรือแสดงกิริยาอาการอื่นใดในทำนองเดียวกัน หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น คู่กรณีต้องออกจากวัดไปโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น
  • ผู้ปฏิบัติธรรมต้องลงทำวัตรและปฏิบัติธรรมพร้อมกันที่ศาลาปฏิบัติธรรม ตามเวลาที่กำหนดไว้ หากมีเหตุจำเป็นสุดวิสัย ไม่สามารถปฏิบัติได้ ให้แจ้งพระอาจารย์ผู้ดูแลทราบทุกครั้ง
  • ห้ามพูดคุยกัน หรือส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น
  • ห้ามนำโทรศัพท์ เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด มาใช้ในช่วงเวลาปฏิบัติธรรมโดยเด็ดขาด
  • ห้ามนำเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เช่น กระติกน้ำร้อน วิทยุ เทป มาใช้ในวัด
  • ห้ามสวมใส่เครื่องประดับทุกชนิด
  • ห้ามสูบบุหรี่ ดื่มสุรา กินหมาก เสพยาบ้า ยานัตถุ์ และสิ่งเสพติดทุกชนิด
  • ช่วยกันประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ไม่ควรเปิดน้ำ ไฟฟ้า และพัดลมทิ้งไว้เมื่อไม่อยู่ในห้องพัก
  • ห้ามนำของมาขาย บอกบุญเรี่ยไร ห้ามเล่นการพนัน บอกหวย ห้ามเป็นหมอดู หมอนวด หมอเวทย์มนต์ เล่นไสยศาสตร์ ทรงเจ้าเข้าผี โดยเด็ดขาด
  • ห้ามเด็ดดอกไม้ ใบไม้ ทำลายต้นไม้ ตัดกิ่งไม้ ภายในวัดโดยเด็ดขาด
  • การอาบน้ำควรแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนออกจากห้องน้ำ ห้ามนุ่งกระโจมอก ผ้าเช็ดตัว ผ้าขาวม้าหรือใส่เสื้อชั้นในตัวเดียว เดินออกจากห้องน้ำ ในที่พัก บริเวณรอบที่พัก หรือบริเวณหน้าห้องน้ำ
  • หากผู้ปฏิบัติธรรมเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา ให้รีบแจ้งแก่พระอาจารย์หรือเจ้าหน้าที่ทราบโดยเร็ว
  • ห้องหรือกุฏิที่จัดไว้เป็นห้องพัก เฉพาะพระสงฆ์ หรือที่พักสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมชาย หรือหญิง ห้ามมิให้เพศตรงข้ามเข้าไป หรือใช้สถานที่โดยเด็ดขาด
  • ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องอยู่ในบริเวณวัดเท่านั้น ถ้าไม่มีธุระจำเป็น ไม่ควรออกนอกวัด และถ้ามีธุระจำเป็นต้องออกนอกวัด ต้องได้รับอนุญาตจากพระอาจารย์ผู้ดูแลเสียก่อน
  • ต้องดูแลรักษาความสะอาดภายในและบริเวณรอบที่พัก ห้องน้ำ ห้องส้วม ใช้น้ำ -ไฟ อย่างประหยัด
  • ห้ามเปลี่ยนห้องและย้ายของที่อยู่ประจำห้องโดยพลการ
  • เวลาว่างจากการปฏิบัติธรรม ผู้ปฏิบัติธรรม ควรใช้เวลาว่าง ทำความสะอาดพื้นที่ภายในเขตวัด ศาลาปฏิบัติธรรม ที่พัก ห้องน้ำ
  • ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องไม่นำสิ่งของที่มีค่าติดตัวมาด้วย หากสูญหาย ทางวัดจะไม่รับผิดชอบไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
  • หากผู้ปฏิบัติธรรมนำสิ่งของมีค่ามาด้วย สามารถฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ ณ ห้องทะเบียนได้ และขอรับคืนในวันลากลับ
  • ถ้ามีผู้มาเยี่ยม สามารถเยี่ยมได้นอกเวลาการปฏิบัติธรรม ถ้าเป็นบุคคลต่างเพศ ห้ามเข้าเยี่ยมในที่พัก
  • ในวันกลับบ้าน ให้ผู้ปฏิบัติธรรมติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อส่งคืน กุญแจห้องพัก เครื่องนอน ชุดปฏิบัติธรรม เครื่องใช้ต่างๆ เจ้าหน้าที่จะตรวจดูความถูกต้อง
  • ผู้ปฏิบัติธรรมต้องคืนกุญแจห้องพักให้แก่เจ้าหน้าที่ของวัด ณ ห้องทะเบียน ห้ามส่งกุญแจห้องพักให้แก่่ผู้ปฏิบัติธรรมคนอื่นโดยเด็ดขาด

การลงทะเบียน

  • ผู้ที่มีความประสงค์จะปฏิบัติธรรม ให้แจ้งความจำนงได้ที่เจ้าหน้าที่ของวัด โดยสามารถลงทะเบียนเข้าปฏิบัติธรรมได้ทุกวัน ณ ห้องทะเบียน (ไม่ต้องจองหรือโทรมาแจ้งล่วงหน้า) และจะต้องทำการลงทะเบียนเป็นลายลักษณ์อักษรในใบลงทะเบียน โดยต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนว่า จะอยู่ปฏิบัติกี่วัน
  • ทั้งนี้ การลงทะเบียนเข้าปฏิบัติธรรม จะสมบูรณ์ต่อเมื่อพระอาจารย์ผู้ดูแลลงลายมือชื่อในใบลงทะเบียน

ขั้นตอนการปฏิบัติธรรมและระยะเวลาในการปฏิบัติ

  • ทางวัด อนุญาตให้อยู่ปฏิบัติธรรมได้ครั้งละไม่เกิน 7 วัน หากประสงค์จะอยู่ต่อต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า ก่อนครบกำหนด 2 วัน และจะอนุญาตให้อยู่ปฏิบัติธรรมต่อเป็นรายๆ ไป โดยความเห็นชอบของพระอาจารย์ผู้ดูแล
  • หากผู้ที่มาปฏิบัติธรรมพิจารณาสภาวธรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะได้อย่างต่อ เนื่อง แจ่มแจ้ง ชัดเจน และต้องการมาปฏิบัติเพื่อยกระดับจิตให้สูงขึ้น ทางวัดอนุญาตให้อยู่ปฏิบัติธรรมได้ไม่เกิน 15 วัน
  • การเข้าปฏิบัติธรรมในวันศุกร์และกลับวันอาทิตย์ ให้ลงทะเบียน ในวันศุกร์ ก่อน 6 โมงเย็นและทำพิธีสมาทานศีล 8 และพระอาจารย์จะสอนกรรมฐานให้ในเวลาหลังทำวัตรเย็น และจะมีพิธีลาศีล (กลับบ้าน) ในเวลา 13.00 น. ของวันอาทิตย์
  • การเข้าปฏิบัติธรรม จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นทรัพย์สินหรือสิ่งของมีค่าต่างๆ ไม่ควรนำมาด้วย
  • เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่จะจัดเครื่องนอนให้ และให้นำสัมภาระเข้าไปเก็บยังที่พักที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ตามความเหมาะสม ห้องละ 1-2 คน โดยจะแยกที่พักระหว่างหญิงและชาย ซึ่งไม่สามารถเลือกที่พักเองได้ และไม่มีการจองที่พักล่วงหน้า
  • จากนั้น เปลี่ยนเป็นชุดปฏิบัติธรรมแล้วมารอที่ศาลาปฏิบัติธรรม เพื่อทำพิธีสมาทานศีล 8 ในเวลา 08.00 น. เวลา 13.00 น. หรือเวลาหลังทำวัตรเย็น แล้วแต่กรณี
  • พานที่ใช้ในพิธีสมาทานศีล 8 จะมี ดอกไม้ ธูป-เทียน หากไม่ได้นำดอกไม้มาด้วย ให้ใช้เฉพาะ ธูป-เทียน

การลาศีล

เมื่อผู้ปฏิบัติธรรม ได้ปฏิบัติครบตามกำหนดที่ได้แจ้งความจำนงไว้แล้วนั้น จะต้องทำพิธีลาศีล และขอขมาพระรัตนตรัย ซึ่งพระอาจารย์จะทำพิธีลาศีล ในเวลา 08.00 น. และ 13.00 น. ให้ผู้ปฏิบัติธรรมที่จะลาศีล พร้อมกัน ณ ศาลาปฏิบัติธรรม

กำหนดระยะเวลาในการทำวัด

เวลา 04.00 – 06.00 น. ทำวัตรเช้า เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน
เวลา 08.00 – 10.00 น. เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน
เวลา 13.00 – 16.00 น. เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน
เวลา 17.30 – 21.00 น. ทำวัตรเย็น เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน
 
ผู้ปฏิบัติธรรมต้องมาทำวัตรและปฏิบัติธรรมพร้อมกันที่ศาลาปฏิบัติธรรม ตามเวลาที่กำหนดไว้ โดยฟังสัญญาณระฆัง

การรับประทานอาหาร

ผู้ปฏิบัติธรรม ต้องมารับประทาน พร้อมกันที่ศาลา
อาหารเช้า เวลา 07.00 น.
อาหารกลางวัน เวลา 10.30 น.

  • ก่อนถึงเวลารับประทานอาหาร ผู้ปฏิบัติธรรมควรช่วยกันจัดที่นั่งและน้ำดื่มสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม
  • ต้องเดินตักอาหารด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย ห้ามพูดคุยกัน
  • ขณะนั่งรอและรับประทานอาหาร ผู้ปฏิบัติธรรมห้ามพูดคุยกันหรือแสดงอาการใดๆ ที่ไม่สำรวม
  • เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ให้นั่งรออยู่ที่เดิม จนทุกคนรับประทานอาหารเสร็จ
  • เมื่อเสร็จจากการรับประทานอาหาร ให้ผู้ปฏิบัติธรรมช่วยกันเก็บกวาดสถานที่และทำความสะอาดภาชนะ ให้เรียบร้อย อย่าให้เป็นภาระของบุคคลอื่น

ข้อควรปฏิบัติในวันกลับ

เมื่อครบกำหนดการปฏิบัติธรรมตามที่แสดงความจำนงแล้ว ต้องเก็บของใช้ส่วนตัวกลับให้หมด ห้ามทิ้งไว้ให้เป็นภาระผู้อื่น หากทิ้งไว้ทางวัดจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น และควรทำความสะอาดที่พัก ศาลาปฏิบัติธรรม ห้องน้ำ และติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อส่งคืน กุญแจห้องพัก เครื่องนอน ชุดปฏิบัติธรรม เครื่องใช้ต่างๆ ห้ามนำกุญแจไปฝากกับผู้ปฏิบัติธรรม พระภิกษุ แม่ชี หรือบุคคลอื่น ต้องนำมาคืนกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น

หมายเหตุ  การเข้าปฏิบัติธรรม จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และหากจะชำระหนี้สงฆ์ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ร่วมสร้างถาวรวัตถุต่างๆ สามารถทำบุญได้ตามตู้รับบริจาคต่างๆ ที่ทางวัดได้จัดไว้

ถ้าผู้ปฏิบัติธรรมผู้ใด ไม่ทำตามระเบียบของวัดที่กำหนดไว้ ทางวัดจะเตือนให้ทราบก่อน หากยังไม่ยอมรับฟัง จะต้องออกจากวัด โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น เมื่อพระอาจารย์หรือเจ้าหน้าที่ตัดสิน ทั้งนี้เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น ที่จะเข้ามาปฏิบัติธรรมต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อความผาสุกของทุกคนที่มาตั้งใจมาปฏิบัติธรรมและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของวัด 


 

โครงการปฎิบัติธรรมและโครงการต่างๆ ปี 2552

มกราคม

  • โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ (วิปัสสนากรรมฐานสติปัฏฐานสี่) ระหว่างวันที่ 1-7 (งดจัดโครงการ)

กุมภาพันธ์

  • โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ (วิปัสสนากรรมฐานสติปัฏฐานสี่) ระหว่างวันที่ 1-9 (ปิดรับสมัคร)

มีนาคม

  • โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ (วิปัสสนากรรมฐานสติปัฏฐานสี่) ระหว่างวันที่ 1-7 (งดจัดโครงการ)
  • โครงการอบรมค่ายพุทธ เด็กชาย-หญิง อายุ 10-14 ปี (ปิดรับสมัคร)
  • โครงการปฏิบัติธรรมหลักสูตรวิปัสสนา พระครูปลัดวีระนนท์ วีระนันโท ตามแนวสติปัฎฐาน 4
  • ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วันที่ 20-27 จำนวน 100 คน ผู้สนใจเข้าปฏิบัติธรรมสามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายส่งเสริมวิปัสสนา ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โทร.02-8050790 -4

เมษายน

  • โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ (วิปัสสนากรรมฐานสติปัฏฐานสี่) ระหว่างวันที่ 1-7 (ปิดรับสมัคร)
  • โครงการค่ายพุทธบุตรโดยพระครูปลัดวีระนนท์ วีระนนฺโท ณ วัดป่าเจริญราช คลอง 11 ปทุมธานี ในวันที่ 19 -22 เมษายน  รับสมัครพุทธบุตรจำนวน 120 คน อายุ 10-14 ปี กรุณายื่นใบสมัครก่อน28 กุมภาพันธ์ 2552

พฤษภาคม

  • โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ (วิปัสสนากรรมฐานสติปัฏฐานสี่) ระหว่างวันที่ 1-7 (ปิดรับสมัคร)
  • หลักสูตรวิปัสสนาพระครูปลัดวีระนนท์ วีระนันโท วันที่ 10-18 ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธฯ เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี รับผู้ปฏิบัติธรรม จำนวน 72 คน ผู้สนใจเข้าปฏิบัติธรรม สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายส่งเสริมวิปัสสนายุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โทร.02-8050790-4

มิถุนายน

  • โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ (วิปัสสนากรรมฐานสติปัฏฐานสี่) ระหว่างวันที่ 1-7 (ปิดรับสมัคร)

กรกฎาคม

  • โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ (วิปัสสนากรรมฐานสติปัฏฐานสี่) ระหว่างวันที่ 1-8 (ปิดรับสมัคร)
  • ขอเชิญร่วมเวียนเทียบเนื่องในวันอาสาฬหบูชาที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เวลาประมาณ 16:30 น.
  • อบรมคุณธรรมและจริยธรรมให้ นักเรียนโรงเรียนเพิ่มวิทยา จ.นครปฐม ระหว่างวันที่ 15-17 กรกฎาคม
  • อบรมวิปัสสนากรรมฐาน คณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม จ.นครปฐม วันที่ 22 กรกฎาคม

สิงหาคม

  • โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ (วิปัสสนากรรมฐานสติปัฏฐานสี่) ระหว่างวันที่ 1-8 (ปิดรับสมัคร)
  • แสดงธรรม เรื่อง ธรรมะกับการปฏิบัติราชการ ณ สำนักงานศาลยุติธรรม วันที่ 7 สิงหาคม
  • อบรมวิปัสสนากรรมฐาน ข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรม ระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคม
  • อบรมวิปัสสนากรรมฐาน นักศึกษามหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม

กันยายน

  • โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ (วิปัสสนากรรมฐานสติปัฏฐานสี่) ระหว่างวันที่ 1-8 (ปิดรับสมัคร)
  • อบรมคุณธรรมและจริยธรรมให้ นักเรียนโรงเรียนบางชัน ระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน

ตุลาคม

  • โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ (วิปัสสนากรรมฐานสติปัฏฐานสี่) ระหว่างวันที่ 1-8 (เปิดรับสมัคร)
  • แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น วันที่ 28 ตุลาคม

พฤศจิกายน

  • โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ (วิปัสสนากรรมฐานสติปัฏฐานสี่) ระหว่างวันที่ 1-8 (เปิดรับสมัคร)

ธันวาคม

  • โครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ (วิปัสสนากรรมฐานสติปัฏฐานสี่) ระหว่างวันที่ 1-8 (เปิดรับสมัคร)
  • เจริญพุทธมนต์สืบชะตาแบบล้านนา ระหว่างคืนวันที่ 31-1 มกราคม 2553

 

ที่อยู่-การติดต่อ

เลขที่-ซอย-ถนน: 12/19 คลอง 11 (สายกลาง)   ตำบล: บึงทองหลาง   อำเภอ: ลำลูกกา   จังหวัด: ปทุมธานี   รหัสไปรษณีย์: 12150
โทร.: 02-995-2112 โทรสาร 02-995-2477
เว็บไซต์: http://www.veeranon.com/
อีเมล: watpa11@watpacharoenrat.com
เฟซบุค: ........
ทวิตเตอร์: ........

 

แผนที่-การเดินทาง

การเดินทางโดยรถส่วนตัว

  1. ถ้ามาจากปากทางแยกลำลูกกา(สนามกีฬาธูปะเตมีย์) เข้าถนนลำลูกกา ข้ามสะพานคลอง 10 มาถึงทางแยกซ้ายก่อนข้ามสะพานคลอง 11 ให้เลี้ยวซ้าย และมาอีก 5 กิโลเมตร ก็ถึงทางเข้าวัดด้านซ้ายมืออยู่ตรงข้ามกับร้านสเต็กจริงๆ
  2. ถ้ามาเส้นถนนรังสิต-นครนายก ให้ข้ามสะพานคลอง 11   กลับรถหน้าวัดสระบัว แล้วข้ามสะพานคลอง 11 ให้เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานข้ามคลอง ตรงมาอีก 6.5 กิโลเมตร ก็ถึงทางเข้าวัดด้านขวามือ อยู่ตรงข้ามกับร้านสเต็กจริงๆ หรือมาโดยรถแท็กซี่ บอกว่ามา วัดป่าเจริญราช (ธรรมสถานวิมลธรรม) ลำลูกกา คลอง 11 สายกลาง

การเดินทางโดยรถประจำทาง

เส้นทางรังสิต-นครนายก
ขึ้น รถประจำทางที่หน้าห้างฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิต สายรังสิต -- องครักษ์, รถตู้ประจำทาง รังสิต -- มศว.คลอง 16 ลงป้ายตรงข้ามวัดสระบัวข้ามสะพานลอย มาหน้าวัดสระบัว นั่งรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง หรือรถแท็กซี่ เข้ามาถึงวัด

การเดินทางเส้นถนนลำลูกกา

  1. ขึ้นรถโดยสารประจำทางสายสะพานใหม่ - ลำลูกกา คลอง 16 ที่ตรงปากทางลำลูกกาอยู่ด้านข้างสนามกีฬาธูปะเตมีย์ ลงคลอง 11 พอรถข้ามสะพานคลอง 11 แล้วให้ลงนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างเข้ามาถึงวัดได้
  2. จากอู่รถ ขสมก.ที่บางเขนก่อนถึงวัดพระศรีมหาธาตุ 1 ป้ายรถ นั่งรถโดยสารประจำทาง สาย บางเขน - ลำลูกกา คลอง 7 ลงสุดคลอง 7 และนั่งรถแท็กซี่ หรือนั่งรอรถประจำทางสายสะพานใหม่ -- ลำลูกกา คลอง 16 ตรงคลอง 7 มาลงคลอง 11 เหมือนข้อ 1

note: http://www.watpacharoenrat.com/    http://watpacharoenrat.webs.com/

แบบสอบถาม:
[รหัสสำนักปฏิบัติธรรม: 1107]