วัดจันทาราม


สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดอุทัยธานี แห่งที่ 3
ต.น้ำซึม  อ.เมือง  อุทัยธานี 61000
นิกาย: มหานิกาย

 

แนะนำสำนักฯ และเจ้าสำนักฯ

เจ้าสำนัก พระครูปลัดอนันต์ พทฺธญาโณ

วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)  ตั้งชื่อตามอดีตเจ้าอาวาสชื่อ จันท์ หรืออีกชื่อหนึ่งที่บุคคลทั่วไปนิยมเรียกว่า "วัดท่าซุง" เพราะในอดีตมีการขนส่งท่อนซุงมาลงท่าน้ำซึ่งมีแม่น้ำสะแกกรังไหลผ่านบริเวณวัดท่าซุง เพื่อผูกเป็นแพล่องไปตามแม่น้ำ ในปี พ.ศ. 2332 หลวงพ่อใหญ่ (องค์ที่สอง) ท่านได้ธุดงค์มาปักกลด ชาวบ้านท่าซุงมีความเลื่อมใสศรัทธามากได้นิมนต์ท่านอยู่ประจำที่วัดท่าซุงนี้ ท่านก็รับนิมนต์เป็นเจ้าอาวาส ที่วัดนี้มีท่านเพียงองค์เดียวในตอนแรก สร้างเสนาสนะเจริญรุ่งเรืองในสมัยของท่าน

สืบมาจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2511 วัดได้เก่าแก่และทรุดโทรมตามกาลเวลา หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร) ได้มาริเริ่มบูรณะปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้จนมีความสวยงาม  เป็นศาสนสถานแห่งการเผยแพร่พระพุทธศาสนา และศูนย์รวมแห่งศรัทธาอีกครั้ง   ทำให้ทุกวันนี้จึงมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศ นิยมเดินทางมาทำบุญที่วัดท่าซุง เพื่อมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่มากมายในอาณาบริเวณวัด   รวมทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานโลงแก้วอันงดงามที่บรรจุศพทีไม่เน่าเปื่อยของหลวงพ่อ ซึ่งบรรดาศิษยานุศิษย์และประชาชนทั้งหลายยังพากันมานมัสการขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้

ตลอดระยะเวลาที่อุปสมบทอยู่ หลวงพ่อพระราชพรหมยานได้ทำหน้าที่ของพระสงฆ์ ในพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ ทั้ด้านชาติ พระศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อเตือนใจให้คนเราเร่งประกอบคุณงามความดีกันไว้   ทุกวันนี้วัดท่าซุงยังเปิดกว้างเพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ให้สาธุชนได้มาบำเพ็ญสมาธิภาวนาตามปณิธานของหลวงพ่ออีกด้วย

นับได้ว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานเป็นปูชนียบุคคลผู้อยู่ด้วย ความกรุณา เป็นปกติ พร่ำสอนธรรมะและสิ่งทีเป็นประโยชน์และสงเคราะห์เกื้อกูลมหาชนด้วยเมตตา มหาศาลสมกับเป็น ศากยบุตรพุทธชิโนรสแท้องค์หนึ่ง

และในปัจจุบันท่านเจ้าอาวาสองค์ต่อมา คือ ท่านพระครูปลัดอนันต์ พทฺธญาโณ พร้อมคณะสงฆ์วัดท่าซุง ได้ดำเนินการบูรณะซ่อม สร้าง และขยายวัดท่าซุงจนในปัจจุบันมีพื้นที่กว่า 500 ไร่

อาณาเขตของวัดท่าซุงนั้นมีเนื้อที่กว้างขวางมากกว่า 510 ไร่ในปัจจุบัน (เดิมมีพื้นที่เพียง 6 ไร่เศษ) และประกอบด้วยอาคารต่าง ๆ ที่มีความสวยงามวิจิตรตระการตา เช่น พระวิหารแก้วที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง  นอกจากนี้ยังมีปราสาททองคำ และพระจุฬามณีที่งดงามอลังการยิ่ง  และบริเวณวัดด้านที่อยู่ติดแม่น้ำสะแกกรังนั้นยังมีจุดพักผ่อนอันได้แก่วังมัจฉา ที่มีปลาหลากหลายพันธุ์นับหมื่นตัวอาศัยอยู่มากมาย

คำสอนของหลวงพ่อพระราชพรหมยานระบุว่า  "จงอย่าสนใจจริยาของบุคคลอื่น และการเจริญสมาธิจงอย่าทำเพื่อโอ้อวด การเจริญสมาธิที่จะทำให้ดีได้ ให้ถือใจความพระพุทธเจ้าว่า ใครเขาจะมีกินมาก ใครเขาจะมีกินน้อย ใครเขาอ้วนมาก ใครเขาอ้วนน้อย ใครเขามีสาวกมาก ใครเขามีสาวกน้อย คนนั้นมีสมบัติมาก คนนั้นมีสมบัติน้อย คนนั้นเจริญสมาธิ วิปัสสนาญาณ แล้วยังแต่งตัวสวย ยังผัดหน้า ยังทาแป้ง ใครเขาจะดีจะชั่วอย่างไร เป็นเรื่องของเขา จงอย่าไปสนใจ เราจะนั่งสมาธิก็จงอย่านั่งให้บุคคลอื่นเห็น ถ้าหากไปทำอย่างนั้น พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ยังมีกิเลสอีกมาก"

 

การอบรม

 การปฏิบัติธรรมที่วัด ตามปกติ ถ้าเป็นช่วงวันธรรมดา ที่วัดไม่ได้มีการจัดงานสำคัญ ท่านสามารถมาพักที่วัดได้โดยมีข้อปฏิบัติดังนี้

  • พักครั้งละไม่เกิน 7 วัน (ในพรรษาจะมีพิเศษให้พักปฏิบัติธรรม 3 เดือน มีโรงครัวด้วย)
  • การมาพักต้องติอต่อพระเจ้าหน้าที่ ที่ศาลานวราช (อยู่บริเวณโบสถ์ ติดกับหอนาฬิกา)
  • ต้องมีบัตรประชาชนหรือใบขับขี่เป็นหลักฐาน
  • หากเป็นพระต้องมีใบสุทธิ และ หนังสือรับรองจากเจ้าอาวาสที่ท่านสังกัดมาแสดง
  • พระเจ้าหน้าที่จะขอเก็บไว้ 1 บัตรหรือใบต่อ 1 ห้องพักเพื่อแลกกับกุญแจ (และไว้มาแลกคืนตอนกลับ)ต้องมาติดต่อพระเจ้าหน้าที่ (ไม่ว่าจะขอกุญแจหรือคืนกุญแจ) ต้องติดต่อในช่วงต่อไปนี้เท่านั้น คือ ช่วงเช้า 9.00 น.ถึง 10.30 น.   ช่วงบ่าย 13.00 น.ถึง 16.00 น. (หากติดต่อนอกเวลา จะไม่อนุญาตให้พักในวัด รับเฉพาะผู้มาปฏิบัติธรรมเท่านั้น)

        - ที่พักมีพักเป็นห้อง ๆ หลายจุดในวัด แยกชายหญิง
        - เตรียมเสื้อผ้าที่สุภาพมาให้เพียงพอ
        - ทางวัดมีห้องน้ำไว้บริการเพียงพอ
        - เรื่องอาหารการกินผู้มาปฏิบัติต้องรับผิดชอบตนเอง โดยมีร้านอาหารอยู่หน้าวัด
        - ภายในวัด มีร้านสหกรณ์ของวัดจำหน่ายของใช้ของจำเป็นทุกอย่าง
        - มีการทำวัตรเช้า เวลา 08.30 น. ที่ศาลานวราช  ทำวัตรเย็น เวลา 17.00 น. ที่วิหาร 100 เมตร
        - ในวัดมีมีรถบัสที่ดัดแปลงเป็นรถนั่งสองแถวหรือไม่ก็มีรถสามล้อเครื่องให้ใช้บริการตามสะดวก
        - ห้ามดื่มเหล้าและเล่นการพนันรวมทั้งอบายมุขทุกอย่าง
        - ท่านต้องเคารพในสถานที่และทำตาม "ระเบียบ" ของวัดท่าซุงที่ติดไว้หน้าห้องอย่างเคร่งครัด

การเจริญกรรมฐานแบบปกติและการฝึกมโนมยิทธิ   ท่านสามารถฝึกกรรมฐานแบบมโนมยิทธิ ได้ทุกวันในเวลา 11.30 - 14.00 น. และทำวัตรเย็นเจริญพระกรรมฐานแบบปกติ ในเวลา 17.00 น. ที่มหาวิหารแก้ว 100 เมตร

 

ที่อยู่-การติดต่อ

เลขที่-ซอย-ถนน: 60 ม.1   ตำบล: น้ำซึม   อำเภอ: เมือง   จังหวัด: อุทัยธานี   รหัสไปรษณีย์: 61000
โทร.: 05-650-2655
เว็บไซต์: http://www.watthasung.com/
อีเมล: ........
เฟซบุค: ........
ทวิตเตอร์: ........

 

แผนที่-การเดินทาง

Javascript is required to view this map.

วิธีการเดินทาง

  • รถส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ขับมาตามถนนสายเอเซีย ทางหลวงหมายเลข 32 จนถึงสี่แยกหางน้ำสาคร จังหวัดชัยนาท แล้วเลี้ยวซ้ายไป อ.มโนรมย์ สุดถนน 3212 เป็นแม่น้ำสะแกกรัง ให้เอารถขึ้นแพข้ามฟากไปฝั่งอุทัยธานี และขับต่อขึ้นไปตามถนน 3265 ประมาณ 4 - 5 ก.ม. ก็จะถึงบริเวณวัด

    เวลานี้ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ที่วัดธรรมามูลไปวัดปากคลองมะขามเฒ่าเสร็จแล้ว จะขับรถข้ามไปเลยก็ได้ แต่รถบัสยังข้ามไปไม่ได้ เนื่องจากทางลงจากสะพานยังคับแคบ ส่วนรถเล็กยังข้ามไปได้

    ส่วนรถบัสควรไปข้ามสะพานที่ ท่าน้ำอ้อย ตามทางหลวงหมายเลข 333 ระยะทางประมาณ 16 ก.ม. ผ่านไอยราปาร์ครีสอร์ท ผ่าน รพ.อุทัยธานี เลี้ยวไปทางมโนรมย์อีกประมาณ 6 ก.ม. ก็จะถึงวัดท่าซุง
     

  • นั่งรถโดยสาร วิธีที่ 1. นั่งรถ บขส. สาย กรุงเทพ - มโนรมย์ (ชัยนาท) ขึ้นจากหมอชิตใหม่ นั่งจนมาถึงมโนรมย์ จะเป็นแพหรือโป๊ะข้ามฟาก ให้นั่งโป๊ะข้ามแม่น้ำสะแกกรังไปฝั่งอุทัยธานี
                             วิธีที่ 2. นั่งรถตู้ไปอุทัยธานี (จอดที่ใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ มุม ตะวันออกเฉียงเหนือของอนุสาวรีย์ ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.) ถึงตลาดอุทัยธานี (บขส.อุทัยธานี) ให้ขึ้นรถสองแถวที่เขียนว่า ท่าซุง-มโนรมย์ ราคา 8 บาท (รถหมดประมาณ 4 โมงเย็น) หรือเหมารถสามล้อ นั่งไปประมาณ 10 กว่านาที ก็จะพบกำแพงเหลือง ๆ ยาวตลอดแนว ก็แสดงว่าถึงวัดแล้ว
แบบสอบถาม: ส่งแล้ว
[รหัสสำนักปฏิบัติธรรม: 0452]