โครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2554

ณ ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย (ศปท.)
วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

 

1. ชื่อโครงการ “โครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ทั่วประเทศ เฉลิมพระเกียรติฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554”
 

2. หลักการและเหตุผล

ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย (ศปท.) วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ได้รับการจัดตั้งขึ้นโดยมติที่ประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ ณ วัดยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 24-26 เมษายน พ.ศ. 2551 โดยมีพระพรหมวชิรญาณ และพระพรหมโมลี กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นที่ปรึกษา และมีพระราชญาณวิสิฐ เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม และเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดราชบุรี แห่งที่ 1 อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เป็นประธานบริหารศูนย์ฯ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสนองงานของคณะสงฆ์ 5 ประการ ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อสนองงานคณะสงฆ์ในการให้การส่งเสริมสนับสนุน ให้สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยมติมหาเถรสมาคม ได้สนองงานคณะสงฆ์ ในการบริหารการให้การศึกษาสัมมาปฏิบัติพระสัทธรรมให้บรรลุผลดี มีประสิทธิภาพสูง
  2. เพื่อให้ความร่วมมือประสานงานระหว่างสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดในการให้การศึกษาสัมมาปฏิบัติแก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคม ประเทศชาติ และความเจริญมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระพุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์
  3. เพื่อให้ความร่วมมือประสานงานกับเจ้าคณะปกครองและสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ในการให้การศึกษาอบรมการศึกษาสัมมาปฏิบัติพระสัทธรรม ให้เป็นไปในแนวทางหลักธรรมเดียวกัน
  4. เพื่อช่วยเหลือทางวิชาการและอื่นๆ แก่สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดเท่าที่จะช่วยได้
  5. เพื่อสนองงานคณะสงฆ์ในการช่วยปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ให้เจริญและมั่นคงเท่าที่สามารถจะกระทำได้ ภายในกรอบแห่งพระธรรมวินัย กฎหมายของบ้านเมือง กฎมหาเถรสมาคม และระเบียบปฏิบัติ/คำสั่งของทางการคณะสงฆ์

การจัดตั้งศูนย์ (ศปท.) เพื่อสนองงานทางการคณะสงฆ์ 5 ประการนั้น ได้รับเมตตาจากมหาเถรสมาคม พิจารณา “รับทราบ” แล้ว

3. การดำเนินกิจกรรมของศูนย์ (ศปท.) ในระยะเวลาที่ผ่านมา

3.1 การจัดพิมพ์หนังสือ “คู่มือการศึกษาสัมมาปฏิบัติ” เพื่อให้การบริหารกิจการของศูนย์ฯ (ศปท.) ได้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว คณะกรรมการที่ปรึกษาหารือกัน เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ ให้มีการร่วมมือประสานงานกันในระหว่าง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, ศปท., เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด และเจ้าคณะปกครองสงฆ์ ในด้านการศึกษาอบรมทางวิชาการและปฏิบัติการอบรมสมถวิปัสสนาภาวนาตามแนวสติปัฏฐาน 4 ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยได้ตั้งคณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหลักและวิธีปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐานตามแนวสติปัฏฐาน 4 โดยอาศัยอรรถกถาในคัมภีร์พระวิสุทธิมรรคเป็นแนวทางในการเรียบเรียงขึ้นเป็นหนังสือชื่อ “คู่มือการศึกษาสัมมาปฏิบัติไตรสิกขา” และทั้งได้ดำเนินการแปล “คู่มือการศึกษาสัมมาปฏิบัติไตรสิกขา” เป็นภาษาอังกฤษ ชื่อ “A study Guide for the Right of Practice of the Three Trainings” และ

ให้รวบรวมข้อมูลจากสำนักปฏิบัติธรรมใหญ่ๆ 5 สำนัก คือ สำนักยุบพอง, สำนักพุทโธ, สำนักอานาปานสติ, สำนักรูป-นาม และสำนักสัมมาอะระหัง เรียบเรียงขึ้นเป็นหนังสือ ชื่อ “คู่มือการศึกษาสัมมาปฏิบัติของสำนักใหญ่ 5 สำนัก”

ได้นำเสนอ มหาเถรสมาคม เพื่อโปรดพิจารณารับทราบ ซึ่งมหาเถรสมาคมได้พิจารณาแล้วมีมติ “รับทราบ” แล้ว จึงได้จัดพิมพ์เผยแพร่แก่เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ และเจ้าคณะปกครองระดับภาค/จังหวัด พระวิปัสสนาจารย์ และผู้สนใจทั่วไป โดยได้รับความอุปถัมภ์ในการจัดพิมพ์จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสาธุชนพุทธบริษัท

3.2 ได้จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2553ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย (ศปท.) วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 29-30 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ในการนี้

3.2.1 ได้มีการอภิปรายในหัวข้อ “หลักและวิธีการศึกษาสัมมาปฏิบัติไตรสิกขาตามแนวสติปัฏฐาน 4 ของสำนักปฏิบัติธรรมใหญ่ 5 สำนัก” โดย พระครูปลัดสุวัฒนจริยคุณ รองอธิการบดี มจร. ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย และมีพระมหาเถระวิทยากรจากสำนักปฏิบัติธรรม 5 สำนักประกอบด้วย

  1. พระเดชพระคุณ พระราชญาณวิสิฐ ได้เสนอข้อมูลหลักและวิธีปฏิบัติตามแนวสติปัฏฐาน 4 ถึงธรรมกายของพระพุทธเจ้า ที่พระเดชพระคุณ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ปฏิบัติและแนะนำสั่งสอนศิษยานุศิษย์ ในสาย “สำนักสัมมาอะระหัง”
  2. พระเดชพระคุณ พระราชปัญญารังสี ได้เสนอข้อมูลและวิธีปฏิบัติตามแนวสติปัฏฐาน 4 ในสาย “สำนักยุบพอง” ซึ่งพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ) ได้ไปศึกษาจากสำนักปฏิบัติธรรมในประเทศพม่าและนำมาเผยแผ่สืบต่อมาในประเทศไทย
  3. พระเดชพระคุณ พระภาวนาโพธิคุณ ได้เสนอข้อมูลหลักและวิธีปฏิบัติตามแนวสติปัฏฐาน 4 ในสาย “สำนักอานาปานสติ” ซึ่งมีพระธรรมโกศาจารย์ (หลวงพ่อพุทธทาส) เป็นบูรพาจารย์
  4. พระเดชพระคุณ พระมงคลวัฒนคุณ ได้เสนอข้อมูลหลักและวิธีปฏิบัติตามแนวสติปัฏฐาน 4 ในสาย “สำนักพุทโธ” ซึ่งมีหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เป็นบูรพาจารย์
  5. พระเดชพระคุณ พระธรรมปริยัติเวที ได้เสนอข้อมูลหลักและวิธีปฏิบัติตามแนวสติปัฏฐาน 4 ในสาย “สำนักรูป-นาม” ซึ่งมีอุบาสิกาแนบ มหานีรานนท์ และพระวิกรมมุนี (ผล อุปติสฺโส) เป็นบูรพาจารย์

3.2.2 ที่ประชุมได้จัดให้มีการอภิปราย “สัมมนาเชิงปฏิบัติการ” การดำเนินกิจกรรมของศูนย์ ในภาคต่างๆ เพื่อทราบปัญหาและข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติกิจกรรมของศูนย์ฯ ให้บรรลุผลดี มีประสิทธิภาพสูง โดยมี พระปลัดวีรภัทร ปริมุตฺโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรุงเทพฯ กรรมการและเลขานุการ ศปท. เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย และ

3.2.3 ที่ประชุมได้พิจารณาและได้มีมติให้

  1. ศูนย์ (ศปท.) จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการอย่างนี้ เป็นการประจำทุกๆ ปี อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และในการจัดการประชุมทุกครั้ง ควรนิมนต์ทั้งเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด เจ้าคณะปกครอง (ระดับภาค/จังหวัด) และเชิญผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดทุกจังหวัด เข้าร่วมประชุมด้วย และควรให้หมุนเวียนกันจัดประชุมในภาคต่างๆ ให้ครบทุกภาคเป็นหลัก สำหรับเนื้อหาและรูปแบบการประชุม ยังคงถือตามรูปแบบแนวทางการประชุมครั้งที่ 1/2553 และ
  2. ในการประชุมครั้งต่อไป (ครั้งที่ 2/2553) ให้จัดที่วัดคลองตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยพระครูโชติวัตรวิมล เจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบลขนงพระ เขต 2 ยินดีเป็นเจ้าภาพจัดสถานที่ประชุม และขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินิมนต์เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมที่ยังมิได้รับการนิมนต์เข้าร่วมประชุมครั้งที่ 1/2553 (ประมาณ 800 สำนัก) และเชิญผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดทุกจังหวัดเข้าร่วมประชุมด้วย โดยกำหนดให้มีการประชุมในวันที่ 28-29 พฤศจิกายน ศกนี้ ประธานคณะกรรมการบริหาร ศปท. กับ ผอ. กองพุทธศาสนศึกษา สนง.พศ. จะได้พิจารณากำหนดรายละเอียดตามความเหมาะสมต่อไป และ
  3. ในการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 2/2553 ประธานคณะกรรมการบริหาร ศปท. จะได้เสนอขอมติที่ประชุมในการประชุมครั้งต่อไป (1/2554) ณ สนง.ประธานฯ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ประมาณ กลาง-ปลาย เดือนเมษายน ศกหน้า (พ.ศ. 2554) ซึ่งเป็นระยะเวลาที่คณะกรรมการบริหาร ศปท. ชุดปัจจุบันสิ้นวาระ (3 ปี) และจักต้องเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ต่อไป ด้วย

4. วัตถุประสงค์ในการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในคราวต่อไป

  1. เพื่อให้เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด เจ้าคณะปกครองผู้เป็นกรรมการที่ปรึกษา ศปท. และผู้บริหาร สนง.พศ. ในส่วนกลางและในส่วนท้องถิ่น (ประจำจังหวัด) ได้มีโอกาสพบปะสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการบริหาร/จัดการสำนักปฏิบัติธรรม
  2. เพื่อให้ได้รับทราบนโยบายการบริหาร/จัดการของทางการคณะสงฆ์ และของ สนง.พศ. เพื่อให้สำนักปฏิบัติประจำจังหวัดสามารถบริหาร/จัดการสำนักปฏิบัติธรรมได้ถูกต้องตามนโยบายของทางการคณะสงฆ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่การพระพุทธศาสนา
  3. เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่การบริหาร/จัดการ และการพัฒนาสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด เพื่อสนองงานทางการคณะสงฆ์ในการให้การศึกษาอบรมธรรมปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม แก่สาธุชนพุทธบริษัท ให้บังเกิดความเจริญรุ่งเรืองสันติสุข และความมั่นคงแก่สถาบันชาติ พระพุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างได้ผลดี มีประสิทธิภาพ
  4. เพื่อเสริมสร้างสามัคคีธรรมระหว่างเจ้าสำนักปฏิบัติธรรม เจ้าคณะปกครอง เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาทั้งในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น (จังหวัด) และพระวิปัสสนาจารย์ ในอันที่จะยังผลให้เกิดความร่วมมือ ประสานงาน อุปถัมภ์ค้ำจุน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางวิชาการและทรัพยากรอันจำเป็นเพื่อการบริหาร/จัดการ การให้การศึกษาอบรมธรรมปฏิบัติแก่สาธุชนพุทธบริษัท ให้ได้ประสิทธิผลดี และมีประสิทธิภาพสูง (ได้แก่ ด้วยต้นทุนต่ำ คือ ประหยัด)
  5. เพื่อให้เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมและเจ้าคณะปกครองผู้เป็นที่ปรึกษา ศปท. ได้แลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ และประสบการณ์ในการศึกษาสัมมาปฏิบัติไตรสิกขา ตามแนวสติปัฏฐาน 4 ของแต่ละสำนักปฏิบัติธรรมให้เป็นที่เข้าใจและได้รับทราบโดยทั่วหน้ากันว่า หลักและวิธีปฏิบัติภาวนาที่แต่ละสำนักได้เลือกถือธรรมเป็นอารมณ์แห่งสมถะและวิปัสสนาภาวนาตามจริตอัธยาศัยของตนหรือของแต่ละสำนักนั้น ล้วนดำเนินไปในแนวทางคือปฏิปทา เพื่อความหลุดพ้นด้วยกันทั้งนั้น
  6. เพื่อให้การพระพุทธศาสนาในประเทศเจริญรุ่งเรืองด้วยหลักธรรม 3 ประการ คือ พระปริยัติสัทธรรม พระปฏิบัติสัทธรรม และพระปฏิเวธสัทธรรม ให้เป็นศูนย์กลางของการศึกษาสัมมาปฏิบัติไตรสิกขา (อันมีรายละเอียดอยู่ในพระอริยมรรคมีองค์ 8 ) ให้สามารถเป็นที่พึ่งทางใจแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก ได้อย่างแท้จริง
  7. เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า ทั้ง 2 พระองค์ ให้เกิดความสันติสุขและร่มเย็นแก่อาณาประชาราษฎร์ชาวไทยทุกหมู่เหล่า และให้แผ่ขยายกว้างไกลออกไปตลอดถึงชาวโลกอีกด้วย

5. เป้าหมาย

  1. เชิงคุณภาพ : เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด เจ้าคณะปกครองทั้งระดับภาค/ระดับจังหวัด ซึ่งได้รับอาราธนาเป็นกรรมการที่ปรึกษาและ/หรือ กรรมการบริหาร ศปท. เจ้าหน้าที่ของ สนง. พศ. ทั้งในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ได้มีความเข้าใจตรงกันในนโยบายของทางการคณะสงฆ์และของ สนง. พศ. ในอันที่จะช่วยเหลือเกื้อกูล ร่วมมือ ประสานงานกัน ให้การบริหาร/การจัดการสำนักปฏิบัติประจำจังหวัด สามารถดำเนินโครงการให้การศึกษาอบรมไตรสิกขา (อันมีรายละเอียดอยู่ในอริยมรรคมีองค์ 8) ตามแนวสติปัฏฐาน 4 แก่สาธุชนพุทธบริษัท และให้สามารถดำเนินกิจกรรมการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม แก่ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ให้เกิดศรัทธาปสาทะในการศึกษาสัมมาปฏิบัติ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองและสันติสุขแก่ตนเอง แก่ครอบครัว และสังคมประเทศชาติ พระพุทธศาสนา และแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างมั่นคงถาวรยิ่งขึ้นได้
  2. เชิงปริมาณ : ในการประชุมครั้งที่ 2/2553 (28-29 พ.ย. 2553) เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมจากทั่วประเทศประมาณ 800 รูป ที่ยังไม่ได้รับอาราธนาเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ครั้งที่ 1/2553 ที่ผ่านมา และเจ้าคณะปกครองระดับภาค/จังหวัด ผู้ได้รับอาราธนาเป็นกรรมการที่ปรึกษา ศปท. และกรรมการบริหาร ศปท. ประมาณ 150 รูป เจ้าหน้าที่ สนง. พศ. ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น (จังหวัด) 100 ท่าน กับผู้ทรงคุณวุฒิ 20 ท่าน รวม 1,070 รูป/ท่าน

สำหรับการประชุมครั้งที่ 1/2554 (กลาง/ปลายเดือนเมษายน 2554) เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ 1,200 รูป และเจ้าคณะ ฯลฯ 270 รูป/ท่าน

6. คณะผู้บริหาร ศปท.

6.1 คณะกรรมการที่ปรึกษา ศปท.

  1. เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ,
  2. กรรมการมหาเถรสมาคม อธิบดีสงฆ์วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กทม. ประธานที่ปรึกษา
  3. พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม จล. วัดยานนาวา กทม. ที่ปรึกษา
  4. พระพรหมโมลี จภ.1, กรรมการมหาเถรสมาคม จล. วัดพิชยญาติการาม กทม. ที่ปรึกษา
  5. พระธรรมกิตติวงศ์ ราชบัณฑิต วัดราชโอรสาราม กทม. ที่ปรึกษา
  6. พระธรรมปริยัติเวที จภ.15, จล. วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม ที่ปรึกษา
  7. พระธรรมโกศาจารย์ จภ.2, อธิการบดี มจร. จล. วัดประยุรวงศาวาส กทม. ที่ปรึกษา
  8. พระธรรมโมลี จจ.สุรินทร์ วัดศาลาลอย อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่ปรึกษา
  9. พระเทพวิสุทธาภรณ์ จจ.ราชบุรี, จล. วัดมหาธาตุ จ.ราชบุรี ที่ปรึกษา
  10. พระเทพปัญญาเมธี จจ.ฉะเชิงเทรา วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฏ์ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ที่ปรึกษา
  11. พระเทพรัตนมุนี จจ.อุดรธานี วัดมัชฌิมาวาส อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่ปรึกษา
  12. พระราชวรนายก จจ.นครนายก วัดอุดมธานี อ.เมือง จ.นครนายก ที่ปรึกษา
  13. พระธรรมปริยัติโมลี เจ้าคณะภาค 3 วัดบพิตรพิมุข เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  14. พระธรรมรัตนดิลก เจ้าคณะภาค 4 วัดสุทัศนเทพวราราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  15. พระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะภาค 5 วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  16. พระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค 6 วัดพระแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย ที่ปรึกษา
  17. พระวิสุทธิวงศาจารย์ เจ้าคณะภาค 7 วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  18. พระพรหมเวที เจ้าคณะภาค 8 วัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  19. พระธรรมวโรดม เจ้าคณะภาค 9 วัดทินกรนิมิต อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ที่ปรึกษา
  20. พระธรรมปริยัติโสภณ เจ้าคณะภาค 10 วัดโมลีโลกยาราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  21. พระธรรมธีรราชมหามุนี เจ้าคณะภาค 11 วัดระฆังโฆสิตาราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  22. พระพรหมสุธี เจ้าคณะภาค 12 วัดสระเกศฯ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  23. พระธรรมเจดีย์ เจ้าคณะภาค 13 วัดกัลยาณมิตรเขตธนบุรี กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  24. พระธรรมคุณาภรณ์ เจ้าคณะภาค 14 วัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  25. พระเทพสุธี เจ้าคณะภาค 16 วัดไตรธรรมาราม อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ที่ปรึกษา
  26. พระธรรมวิมลโมลี เจ้าคณะภาค 17 วัดชลประทานรังสฤษฏ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ที่ปรึกษา
  27. พระเทพวีราภรณ์ เจ้าคณะภาค 18 วัดโคกสมานคุณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ปรึกษา
  28. พระพรหมเมธี เจ้าคณะภาค 1-2-3 และภาค 12-13 (ธรรมยุต) วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  29. พระธรรมกิตติเมธี เจ้าคณะภาค 4-5-6 และภาค 7 (ธรรมยุต) วัดสัมพันธวงศาราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  30. พระธรรมเจติยาจารย์ เจ้าคณะภาค 8 (ธรรมยุต) วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  31. พระธรรมดิลก เจ้าคณะภาค 9 (ธรรมยุต) วัดป่าแสงอรุณ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่ปรึกษา
  32. พระธรรมฐิติญาณ เจ้าคณะภาค 10 (ธรรมยุต) วัดบึงพระลานชัย อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ที่ปรึกษา
  33. พระธรรมวราภรณ์ เจ้าคณะภาค 11 (ธรรมยุต) วัดเครือวัลย์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  34. พระธรรมวรเมธี เจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) วัดราชบพิธฯ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  35. พระสาสนโสภณ เจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธรรมยุต) วัดโสมนัสวิหาร เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพฯ ที่ปรึกษา
  36. คุณนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.พศ. พุทธมณฑล นครปฐม ที่ปรึกษา

6.2 คณะกรรมการบริหาร ศปท.

  1. พระราชญาณวิสิฐ จร. วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม จ.ราชบุรี ประธาน
  2. พระเทพวรมุนี จจ.นครพนม, จล. วัดพระธาตุพนม รองประธาน
  3. พระเทพรัตนากร จอ.พระนครศรีอยุธยา จล. วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา รองประธาน
  4. พระเทพสิทธิมงคล จจ.ระนอง, จร. วัดตโปทาราม รองประธาน
  5. พระราชภัทรธาดา จจ.ปราจีนบุรี, จล. วัดบางกระเบา รองประธาน
  6. พระครูภาวนาโสภิต วิ. เจ้าอาวาสวัดพระยืน จ.ลำพูน รองประธาน
  7. พระครูสิริธรรมานุศาสน์ จอ.เมือง (ธ) วัดศรีทวี จ.นครศรีธรรมราช รองประธาน
  8. พระราชปริยัติกวี จจ.บุรีรัมย์ วัดกลาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กรรมการ
  9. พระมงคลวัฒนคุณ รจจ. นครราชสีมา (ธ) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง กรรมการ
  10. พระศรีญาณโสภณ ผจล.วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ กรรมการ
  11. พระมหาศักฎา สุมโน จร. วัดป่าวิสุทธิคุณ จ.เพชรบุรี กรรมการ
  12. พระครูภาวนาธรรมธารี จต.โคกไม้ลาย เขต 1 วัดป่ามะไฟ จ.ปราจีนบุรี กรรมการ
  13. พระครูพิพัฒน์รังสรรค์ รจอ.สองพี่น้อง วัดท่าจัด จ.สุพรรณบุรี กรรมการ
  14. พระครูอาทรวนกิจ จอ.ประจักษ์ศิลปาคม วัดลุมพินีวันวราราม จ.อุดรธานี กรรมการ
  15. นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.พศ. จ.นครปฐม กรรมการ
  16. ดร.อำนาจ บัวศิริ ผอ.สน.เลขาธิการมหาเถรสมาคม พศ.จ.นครปฐม กรรมการ
  17. นายพนม ศรศิลป์ ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พศ. จ.นครปฐม กรรมการ
  18. นายวิศิษฏ์ พงศ์พัฒนจิต นักวิชาการศาสนาฝ่ายเผยแผ่ กองพระพุทธศาสนา กรรมการ
  19. นายสุทธิรักษ์ หนูฉ้ง ผอ.พศ.ราชบุรี กรรมการ
  20. พระปลัดวีรภัทร์ ปริมุตฺโต ผจล. วัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร กรรมการ/เลขานุการ
  21. พระมหาปราโมทย์ ปโมทิโต รจร.วัดหลวงพ่อสดฯ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี กรรมการ/รองเลขานุการ
  22. พระมหาชัยนิพจน์ อตฺตทนฺโต ผจร. วัดหลวงพ่อสดฯ กรรมการ/ผู้ช่วยเลขานุการ
  23. นายแก้ว ชิดตะขบ นักวิชาการศาสนา ฝ่ายเผยแผ่ กองพระพุทธศาสนา กรรมการ/ผู้ช่วยเลขานุการ
  24. นายสุวิชญ โรจนวานิช รอง ผอ.สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ไวยาวัจกร วัดหลวงพ่อสดฯ กรรมการ/เหรัญญิก
  25. พระมหาพร้อมไพบูลย์ สุเมธโส วัดหลวงพ่อสดฯ กรรมการ/ผู้ช่วยเหรัญญิก

7. ผู้อุปถัมภ์/แหล่งทุนสนับสนุนโครงการ

  1. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
  2. วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม โดย พระราชญาณวิสิฐ เจ้าอาวาส
  3. วัดคลองตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดย พระครูโชติวัตรวิมล เจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลขนงพระ เขต 2
  4. คณะกรรมการที่ปรึกษาและคณะกรรมการบริหาร ศปท. เจ้าสำนักปฏิบัติ ธรรม และพระเถรานุเถระ ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคตามกำลัง
  5. มูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย โดย คุณปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธาน
  6. สาธุชนทั่วไปผู้มีจิตศรัทธาบริจาคตามกำลังศรัทธา
  7. ชมรมศิษย์วัดหลวงพ่อสดฯ โดย อาจารย์อุดม ตรีชั้น ประธานชมรม

8. ระยะเวลาในการประชุมสัมมนา 2 รุ่น

  • รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 28-29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 รวม 2 วัน ณ คลองตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยพระครูโชติวัตรวิมล เจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบลขนงพระ เขต 2
  • รุ่นที่ 2 (หรือ ครั้งที่ 1/2554) ประมาณกลาง/ปลายเดือนเมษายน พ.ศ. 2554

9. สถานที่จัดประชุมสัมมนา

  • รุ่นที่ 1 วัดคลองตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดย พระครูโชติวัตรวิมล เจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบลขนงพระ เขต 2
  • รุ่นที่ 2 อาคารพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ (ชั้นที่ 1) ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย (ศปท.) วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

10. คณะกรรมการดำเนินงาน

  1. เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช  ประธานที่ปรึกษา
  2. พระราชญาณวิสิฐ ประธานคณะกรรมการบริหาร ศปท. ประธานดำเนินการ
  3. นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.พศ. รองประธาน
  4. คณะกรรมการบริหาร ศปท. กรรมการ
  5. พระครูโชติวัตรวิมล เจ้าอาวาสวัดคลองตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา  กรรมการ
  6. พระปลัดวีรภัทร์ ปริมุตฺโต กรรมการ/เลขานุการ
  7. พระมหาปราโมทย์ ปโมทิโต กรรมการ/รองเลขานุการ
  8. พระมหาชัยนิพจน์ อตฺตทนฺโต กรรมการ/ผู้ช่วยเลขานุการ
  9. นายแก้ว ชิดตะขบ กรรมการ/ผู้ช่วยเลขานุการ
  10. นายสุวิชญ โรจนวานิช กรรมการ/เหรัญญิก
  11. พระมหาพร้อมไพบูลย์ สุเมธโส กรรมการ/ผู้ช่วยเหรัญญิก

11. วิธีการดำเนินงาน

  1. ประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน เตรียมการจัดงานการประชุมสัมมนา พร้อมอาราธนาพระมหาเถระมาเป็นประธาน ในการเปิด/ปิด การประชุมสัมมนา
  2. กำหนดหัวข้อและเนื้อหาการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
  3. ทำหนังสือ (จาก สนง. พศ.) อาราธนานิมนต์กรรมการที่ปรึกษา/ กรรมการบริหาร ศปท. และเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด และ ผอ. สนง. พศจ. จากทั่วประเทศ ให้มาร่วมประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
  4. กำหนดและอาราธนานิมนต์/เรียนเชิญ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาบรรยายถวายความรู้ และนำประชุมกลุ่ม
  5. เตรียมเอกสารและอุปกรณ์ใช้ในการประชุมสัมมนา รวมทั้งจัดสถานที่สัมมนา ที่พักทั้งภายในอาคารและกลดสำหรับผู้ประสงค์จะอยู่กลด
  6. จัดเตรียมการจัดการโรงครัวถวายภัตตาหาร เช้า–เพล และน้ำปานะ
  7. ประชาสัมพันธ์ทางสื่อมวลชนตามความเหมาะสม ให้สาธุชนพุทธบริษัท ทราบเพื่ออนุโมทนา
  8. ดำเนินการประชุมสัมมนา
  9. ประเมินผลการประชุมสัมมนา

12. หัวข้อสำคัญในการประชุมสัมมนา

  1. การบรรยาย หัวข้อ “การบริหาร/จัดการ และการพัฒนาสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ให้ได้ประสิทธิผลที่ดีและมีประสิทธิภาพสูง” (ด้วยค่าลงทุนต่ำ คือ ประหยัด)
  2. การบรรยาย หัวข้อ “หลักและวิธีการศึกษาสัมมาปฏิบัติไตรสิกขา ตามแนวสติปัฏฐาน 4 ของ สำนักปฏิบัติธรรมใหญ่ 5 สำนัก” คือ
    1. สำนักยุบพอง
    2. สำนักพุทโธ
    3. สำนักอานาปานสติ
    4. สำนักรูป-นาม
    5. สำนักสัมมาอะระหัง
  3. ประชุมกลุ่มสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “การบริหาร/จัดการศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย (ศปท.) ที่ได้ดำเนินมาแล้ว ปัญหาและข้อเสนอแนะ ข้อควรปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาเรื่องที่กำลังจะดำเนินการต่อไป” พร้อมทั้งขอมติในที่ประชุมด้วย

13. ประธานในพิธีเปิด-ปิดการประชุมสัมมนา และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะขอให้ทาง สนง. พศ. อาราธนา/เรียนเชิญมาบรรยาย

  1. พิธีเปิด-ปิดการประชุม
    เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หรือผู้ที่ได้รับพระบัญชา (พระพรหมสุธี) เป็น ประธานในพิธีเปิดประชุม
    เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม และ “ประธานคณะที่ปรึกษา ศปท.” เป็น ประธานในพิธีปิดประชุม
  2. การบรรยายหลักและวิธีการบริหาร/จัดการ ศปท. ให้ได้ผลดี มีประสิทธิภาพสูง (ตามความในข้อ 12.1) โดย พระราชญาณวิสิฐ คณะผู้บรรยาย
  3. การอภิปรายหลักและวิธีการศึกษาสัมมาปฏิบัติไตรสิกขา ตามแนวสติปัฏฐาน 4 ของสำนักปฏิบัติธรรมใหญ่ 5 สำนัก (ตามความในข้อ 12.2)
    1. พระเดชพระคุณ พระพรหมโมลี (จภ. 1) บรรยายหลักและวิธีการปฏิบัติภาวนาตามแบบสำนักยุบพอง
    2. พระเดชพระคุณ พระธรรมปริยัติเวที (จภ.15) บรรยายหลักและวิธีการปฏิบัติภาวนา ตามแบบสำนักรูป–นาม
    3. พระเดชพระคุณ พระมงคลวัฒนคุณ รจจ. นครราชสีมา (ธ) วัดป่าสาลวัน บรรยายหลักและวิธีการปฏิบัติภาวนา ตามแบบสำนักพุทโธ
    4. พระเดชพระคุณ พระภาวนาโพธิคุณ วัดธารน้ำไหล อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี บรรยายหลักและวิธีการปฏิบัติภาวนา ตามแบบสำนักอานาปานสติ
    5. พระราชญาณวิสิฐ ประธานคณะกรรมการบริหาร ศปท. บรรยายหลักและวิธีการปฏิบัติภาวนา ตามแบบสำนักสัมมาอะระหัง
  4. ประชุมกลุ่มสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “การบริหาร/จัดการ ศปท. – ปัญหาและข้อเสนอแนะฯ”
    พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม (กรรมการที่ปรึกษา ศปท.) ประธานเปิดประชุมสัมมนา
    พระปลัดวีรภัทร ปริมุตฺโต
    ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดยานนาวา และกรรมการและเลขานุการ ศปท.  ผู้ดำเนินการอภิปรายและสรุปเสนอในที่ประชุม
    กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการ สนง.พศจ. ผู้ทรงคุณวุฒิ จาก 5 ภาค ผู้ร่วมอภิปราย
    เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด (จำนวนหนึ่ง) แบ่งกลุ่มตามภาค ร่วมอภิปราย

14. ค่าใช้จ่ายในการประชุมสัมมนา 2 รุ่น

ค่าภัตตาหารและน้ำปานะ

110 บาท X 1,070 รูป/ท่าน X 2 วัน 235,400 บาท

ค่าบำรุงสถานที่/ค่าน้ำ–ไฟ/เครื่องใช้ในการอยู่พักอาศัย

70 บาท X 1,070 รูป 74,900 บาท

ค่าพระวิทยากร/วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ

4,500 บาท X 12 ท่าน 54,000 บาท

ค่าเอกสาร สื่อการสอน และวัสดุอุปกรณ์

250 บาท X 1070 รูป/ท่าน 267,500 บาท

ค่ายานพาหนะผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา

1,500 บาท X 1,070 รูป/ท่าน 1,605,000 บาท

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

20,000 บาท

รวมค่าใช้จ่ายต่อการประชุมสัมมนา 1 รุ่น 2,257,800 บาท

รวมค่าใช้จ่าย 2 รุ่นๆ ละ 1,070 รูป/ท่าน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 4,515,600 บาท

15. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เจ้าคณะปกครองในระดับภาค/จังหวัด เจ้าสำนักปฏิบัติธรรม และผู้อำนวยการ สนง.พศจ. จะได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน สมัครสมานสามัคคี ให้ความร่วมมือ สนับสนุน อนุเคราะห์ช่วยเหลือการบริหาร/จัดการสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ให้สามารถสนองงานของทางการคณะสงฆ์ ดำเนินโครงการการให้การศึกษาอบรมธรรมปฏิบัติแก่สาธุชนพุทธบริษัท ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ให้เกิดความเจริญสันติสุขแก่สังคมประเทศชาติ คือ ประชาชน และแก่สถาบันพระพุทธศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างได้ผลดี มีประสิทธิภาพสูง ยิ่งขึ้น
  2. ได้เฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้าทั้ง 2 พระองค์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงมีพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน สถิตสถาพรอยู่ในไอศูรย์สิริราชสมบัติ เป็นร่มโพธิ์ทองปกเกล้าฯ พสกนิกรชาวไทยให้อยู่เย็นเป็นสุขตลอดกาลนาน
  3. พระภิกษุสงฆ์จักได้สนใจ ใฝ่ใจ ในการศึกษาสัมมาปฏิบัติไตรสิกขา ช่วยเพิ่มพูนคุณวุฒิและคุณธรรมให้เป็นที่พึ่งทางใจแก่สาธุชนพุทธบริษัทได้ดีและมากยิ่งขึ้น ยังให้สาธุชนพุทธบริษัทจักได้มีศรัทธาปสาทะในการศึกษาสัมมาปฏิบัติได้ดียิ่งขึ้น
  4. ประเทศชาติไทยของเราจักสามารถเป็นศูนย์กลางการศึกษาอบรมธรรมด้วยพระสัทธรรม 3 คือ พระปริยัติสัทธรรม พระปฏิบัติสัทธรรม และพระปฏิเวธสัทธรรม แก่สาธุชนพุทธบริษัททั่วทั้งโลกได้ดียิ่งขึ้น และก็จะเป็นการสืบบวรพระพุทธศาสนาให้เจริญและมั่นคงได้ยิ่งขึ้น

16. ผู้รับผิดชอบโครงการ

  1. คณะกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด แห่งประเทศไทย (ศปท.) โดย พระราชญาณวิสิฐ ประธาน
  2. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดย
    นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการ พศ.  และ
    นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการ กองพุทธศาสนศึกษา
  3. คณะกรรมการวัดคลองตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
    โดย พระครูโชติวัตรวิมล เจ้าอาวาส ประธาน

 …...............................