พศ. กำหนดเกณฑ์การคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กำหนดเกณฑ์การคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมดีเด่น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา หวังพัฒนาคุณภาพสำนักปฏิบัติธรรม คาดสรุปผลสำนักดีเด่นก่อน 5 ธันวาคม นี้

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่วัดพิชยญาติการาม พระพรหมโมลี กรรมการมหาเถรสมาคม  ในฐานะประธานคณะกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วย นางบุญศรี พานะจิตต์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายพนม ศรศิลป์ ผู้ อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา  ร่วมแถลงข่าวโครงการคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ดีเด่น 82 แห่ง เฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ประจำปี 2552

โดย นายพนม กล่าวว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจสำคัญคือการรับสนองงานคณะสงฆ์และ พัฒนากิจการพระพุทธศาสนา ได้ตระหนัก ถึงความสำคัญของการดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมด้วยดีตลอด มา เพราะถือว่า  เป็นการดำเนินงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่เน้นได้ตรงจุดคือการอำนวยความ สะดวกให้ประชาชน  มีโอกาสปฏิบัติธรรมเพื่อการพัฒนาจิตใจ  

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และคณะกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ  จึงได้กำหนดเป้าหมายในการส่งเสริมและสนับสนุนสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบมหาเถรสมาคมให้มีคุณและและมาตรฐานการดำเนินงาน เพื่อรองรับการเข้าไปถือศีลปฏิบัติธรรมและทำกิจกรรมทางศาสนาอื่นๆ ตามนโยบายของคณะสงฆ์และของรัฐบาลในการเผยแผ่และส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่ ประชาชน

ซึ่งปัจจุบันนี้สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดที่ได้จัด ตั้งขึ้นตามระเบียบมหาเถรสมาคมทั่วประเทศ จำนวน 1,016 แห่ง แต่ปรากฏว่าสำนักปฏิบัติธรรม ส่วนมากอยู่ระหว่างการพัฒนาปรับปรุงสำนักให้มีมาตรฐานตามเกณฑ์ที่สำนัก งานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกำหนด

จากจุดดังกล่าวนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงแสวงหาแนวทางที่จะมีส่วนในการช่วยพัฒนาส่งเสริมสำนักทั้งหลายให้มีการ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงกำหนดโครงการคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา ประจำปี 2552 ขึ้น เพื่อส่งเสริมสำนักปฏิบัติธรรมที่ได้มาตรฐานและเป็นการช่วยเผยแพร่ประชา สัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสำนักปฏิบัติธรรม เหล่านั้น ว่ามีสภาพอย่างไร   มีความพร้อมในการรองรับการเข้าไปถือศีลปฏิบัติธรรมมากน้อยแค่ไหน และตั้งอยู่ที่ไหนบ้าง

โดยมอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทำ การสำรวจและคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่มีความพร้อม โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่นไว้  3  ด้าน ดังนี้ 

  1. ด้านสถานที่จะต้องมีความสะอาด  เงียบสงบ ร่มรื่น มีอาคาร หรือศาลาปฏิบัติธรรมที่สามารถให้ผู้ปฏิบัติธรรมฝึกวิปัสสนากรรมฐานได้อย่าง ไม่แออัด รวมทั้งต้องมีที่พัก ห้องน้ำ เพียงพอ และแยกตามเพศของผู้ใช้ 
  2. ด้านวิทยากร มีพระวิปัสนาจารย์  หรือผู้ฝึกสอนกัมมัฎฐานที่ผ่านการอบรมแล้ว และมีความประพฤติดีเป็นแบบอย่างให้แก่พุทธศาสนิกชน 
  3. ด้าน การบริหารจัดการ เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมเห็นความสำคัญด้านการศึกษา มีการจัดทำบัญชีรายรับ-จ่าย ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีบุคลากรเพียงพอในการดูแลพุทธศาสนิกชน มีการรักษาความปลอดภัย บริการด้านสุขอนามัย โดยจัดเตรียมเจ้าหน้าที่จากสถานพยาบาล เพราะหากมีผู้ป่วยฉุกเฉินจะสามารถส่งไปรักษาตัวยังโรงพยาบาลได้ทันท่วงที

ใน ขณะเดียวกัน สำนักปฏิบัติธรรม จะต้องมีการจัดปฏิบัติธรรมต่อเนื่องตลอดปี มีการประสานงานกับชุมชนให้มีส่วนร่วมกิจกรรมของวัดในรูปแบบคณะกรรมการดำเนิน งานด้านต่าง ๆ เช่น การจัดอาหาร น้ำดื่ม เป็นต้น

นอกจากนี้ สำนักปกิบัติธรรมจะต้องมีระเบียบประกาศอย่างชัดเจน และจะต้องมีการจัดเก็บข้อมูลสถิติของผู้เข้ารับการปฏิบัติธรรมอย่างเป็นระบบ สามารถสืบค้นได้สะดวกด้วย

“การคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมดีเด่นใน ครั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะดำเนินการคัดเลือกให้เสร็จก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2552 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 82 พรรษา โดยจะคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมดีเด่น จำนวน 82 แห่ง จาก 1,016 แห่ง พร้อมสนับสนุนทุนให้สำนักปฏิบัติธรรมที่ได้รับการคัดเลือกอีกแห่งละ  35,000 บาท ด้วย อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า โครงการนี้จะช่วยส่งเสริมให้สำนักปฏิบัติธรรมเกิดการตื่นตัวพัฒนาให้มี มาตรฐานมากขึ้น”   นายพนม ศรศิลป์ กล่าว.

ที่มา: พศ.

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.