ประวัติความเป็นมา ของศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย (ศปท.)

ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย (ศปท.) (The National Co-ordination Center of Provincial Meditation Institutes of Thailand) เป็นองค์กรพระพุทธศาสนาที่ได้จัดตั้งขึ้นโดยมติที่ประชุมเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด(โดยมติมหาเถรสมาคม) ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติร่วมกับวัดยานนาวา ได้จัดให้มีการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติงาน ระหว่างวันที่ 23 – 25 เมษายน พ.ศ.2551 โดยมีพระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรญาณ เป็นประธาน ในการประชุมครั้งนี้มีเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมผู้มาร่วมประชุมจำนวน 338 รูป/สำนักจากสำนักปฏิบัติธรรมทั้งหมดทั่วประเทศประมาณ 400 สำนัก

ในวันที่ 24 เมษายน ที่ประชุมได้มีมติให้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย (ศปท.)” ขึ้น โดยให้เจ้าสำนักแต่ละภาคคักเลือกผู้แทนภาคละ 1 รูป และคณะธรรมยุตอีก 1 รูปร่วมกันเป็นคณะกรรมการบริหารและให้เลือกประธานคณะกรรมการบริหาร ศปท. ขึ้นรูป 1 ส่วนที่เหลือให้เป็นรองประธานกรรมการบริหาร โดยมีมติในเบื้องต้นว่า องค์กรไม่ควรใหญ่มากนัก เพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

ที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์ เลือก พระราชญาณวิสิฐ เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดราชบุรี (แห่งที่ 1) และเจ้าอาวาส วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร โดยมีพระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรญาณ เป็นกรรมการที่ปรึกษา(รูปแรก) และที่ประชุมได้มีมติให้อาราธนาพระมหาเถระอีก 2 รูป คือ พระเดชพระคุณ พระพรหมโมลี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 1 วัดพิชยญาติการาม กับ พระเดชพระคุณ พระธรรมปริยัติเวที เจ้าคณะภาค 15 วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม เป็นกรรมการที่ปรึกษา อีก 2 รูป

คณะกรรมการบริหาร ศปท. ได้มีการประชุมกันครั้งแรก (การประชุมครั้งที่ 1/2551) ในตอนบ่ายของวันเดียวกัน (24 เมษายน) นั้นเอง เพื่อกำหนด “วัตถุประสงค์ ศปท.” ในเบื้องต้นไว้ 3 ประการ และแต่งตั้งกรรมการและเลขานุการ รวมเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษา 3 ท่าน และคณะกรรมการบริหาร 10 ท่าน เพื่อเริ่มดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของ ศปท. ต่อไป

ประธานคณะกรรมการบริหาร ศปท. ได้นำเรื่องการก่อตั้ง ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย (ศปท.) ส่งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อขอให้สำนักงาน พศ. นำเรียนมหาเถรสมาคมเพื่อรับทราบและขอประทานคำแนะนำ ในการประชุมมหาเถรสมาคมครั้งที่ 12/2551 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2551 มหาเถรสมาคมได้พิจารณาแล้วมีมติ “รับทราบ” และได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับผู้แทนหน จำนวนผู้เข้าประชุม และยังไม่มีความชัดเจนในขั้นตอนการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ฯ

ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศปท. ครั้งที่ 2-3 และครั้งที่ 4/2551 ได้มีการพิจารณาและรับร่างแผนแม่บท ศปท. พ.ศ. 2552 – พ.ศ. 2556 ร่างแผนปฏิบัติงาน ศปท. ประจำปี พ.ศ. 2552 ร่างคู่มือการศึกษาสัมมาปฏิบัติไตรสิกขาและการจัดพิมพ์ ร่างระเบียบบริหาร ศปท. พ.ศ. 2551 ซึ่งได้กำหนดวัตถุประสงค์เพิ่มเติมอีก 2 ข้อ รวมเป็น 5 ข้อ ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อสนองงานคณะสงฆ์ในการส่งเสริมสนับสนุน ให้สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยมติมหาเถรสมาคมได้สนอง งานคณะสงฆ์ในการบริหารการให้การศึกษาสัมมาปฏิบัติพระสัทธรรมให้บรรลุผลดี มีประสิทธิภาพสูง
  2. เพื่อให้ความร่วมมือประสานงานระหว่างสำนัก ปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดในการให้การศึกษาสัมมาปฏิบัติแก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคม ประเทศชาติ และความเจริญมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พุทธศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์
  3. เพื่อให้ความร่วมมือประสาน งานกับเจ้าคณะปกครองและสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดในการให้การศึกษาอบรม การศึกษาสัมมาปฏิบัติพระสัจธรรม ให้เป็นไปในแนวทางหลักธรรมเดียวกัน
  4. เพื่อช่วยเหลือทางวิชาการและอื่นๆ แก่สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดเท่าที่จะช่วยได้
  5. เพื่อสนองงานคณะสงฆ์ ในการช่วยปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ให้เจริญและมั่นคงเท่าที่สามารถจะกระทำได้ ภายในกรอบแห่งพระธรรมวินัย กฎหมายของบ้านเมือง กฎมหาเถรสมาคมและระเบียบปฏิบัติ/คำสั่งของทางการสงฆ์

ที่ประชุมได้มีมติให้อาราธนาเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ แม่กองบาลีสนามหลวง อธิบดีสงฆ์วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มาเป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา ศปท. ให้อาราธนาพระมหาเถระและผู้ทรงคุณวุฒิหลายรูป/ท่าน เป็นกรรมการบริหารและกรรมการที่ปรึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประชุมครั้งที่ 4/2551 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2551 โดยมีเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา ศปท. ได้เมตตามาเป็นประธานในที่ประชุมและได้ประทานโอวาทเปิดการประชุมด้วย   ที่ประชุมได้มีมติให้ขยายโครงสร้าง ศปท. โดยให้ขออาราธนาเจ้าคณะภาคทุกภาคทั้งมหานิกายและธรรมยุตติกนิกาย เป็นกรรมการที่ปรึกษาและเป็นประธานศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย (ศปท.) ประจำภาคแต่ละภาคด้วย

ประธานคณะกรรมการบริหาร ศปท. ได้รวบรวมข้อมูลเอกสารการก่อตั้ง ผลการประชุม รายนามคณะกรรมการที่ปรึกษา และประธาน ศปท. ประจำภาค และผลการดำเนินงานทั้งหมดของ ศปท. นำส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 เพื่อขอให้ สนง.พศ. ช่วยนำเรียนมหาเถรสมาคม เพื่อพิจารณารับทราบและขอประทานคำแนะนำในการดำเนินงานต่อไปด้วยแล้ว